ทานาบาตะ Fastival

 

สวัสดีจ้าทุกๆท่าน วันนั้นเจ้าของ blog กลับมาแ้ล้วหลังจากห่างหายไปนาน เนื่องจากงานเข้ามาตั้งแต่ได้งานทำ ไม่มีเวลาว่างเลย

วันนี้ อยากจากเขียน blog ซักหน่อย เนื่องจากวันนี้ เป็นวัน ทานาบาตะ เทศกาล ของชาวแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่ง เรียกอีกอย่างว่า “เทศกาลแห่งดวงดาว” จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี (ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ตามตำนานจีนได้กล่าวถึงดวงดาว 2 ดวง Altair และ Vega ซึ่งจากถูกผลัดพลากจากกันโดยทางช้างเผือก และจะโคจรมาพบกันในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่นิยมทำกันในเทศกาลทะนะบะตะ คือ การเขียนความปรารถนาลงบนกระดาษ และแขวนกระดาษแผ่นนั้นไว้บนต้นไผ่พิเศษ เพื่อหวังว่าความปรารถนานั้นจะเป็นจริง

ดังนั้นข้าพเจ้าก็เลยมาเขียน blog เพื่อเป็นการขอพรซักหน่อย ฮ้าๆๆ ว่าแต่เรามาเริ่มบทความกันเลยดีกว่า

 

ผ่านพบเพื่อผูกพัน…..ทานาบาตะ

ความรักทำให้คนตาบอด หลายคน คงเคยได้ยินและตกอยู่ในห้วงแห่งรักเช่นนั้นกันมาบ้างนะคะ แต่รักแล้วต้องพลัดพรากกันนี่สิคะ มันยิ่งทรมาน ร้าวรานใจเป็นยิ่งนัก… หากเรากับคนที่เรารักมีโอกาสได้เจอกันเพียงปีละครั้งเพียงไม่กี่ชั่วยาม… ความรู้สึกที่ว่านี้ หากเกิดกับใคร ก็สามารถคิดไปได้สองประการค่ะ คือไม่อยู่อย่างมีความหวังว่า อีกปีหนึ่งข้างหน้าเราจะได้เจอกัน ก็คงจะต้องอยู่อย่างทรมานที่กว่าจะผ่านวันพ้นเดือนไปได้ ก็ช่างร้าวรานใจ….

เหตุการณ์ที่ว่านี้ เกิดเป็นตำนานของชาวญี่ปุ่นค่ะ..ในวันที่ 7 เดือน 7 ชาวญี่ปุ่นจะมีเทศกาล ทานาบาตะ ซึ่งเป็นวันที่ทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่บนท้องฟ้าเหนือแผ่นดินอาทิตย์อุทัย เป็นวันที่ดาวสองดวงคือ โอริ ฮิเมะ กับ ฮิโกโบชิ มีโอกาสโคจรมาพบกันบนฟากฟ้า…

ตำนานของเรื่องนี้มีอยู่ว่า ที่ฝั่งน้ำด้านเหนือของ อามาโน่ คาวา หรือทางช้างเผือก บนสรวงสวรรค์มีธิดาของเทพผู้ครองสวรรค์ นามว่า โอริ ฮิเมะ นางเป็นคนขยันและสวยงาม หน้าที่ประจำของนางก็คือ ทอผ้า ผ้าทอของโอริ ฮิเมะนั้นก็งดงาม ประณีต เป็นที่พึงใจของเหล่าทวยเทพทั้งปวง ทำให้นางต้องทอผ้าทั้งวันทั้งคืน..

กระทั่งบิดาของนางปรารถนาจะให้นางได้มีคู่ครอง เพื่อความสุขของธิดาแห่งตน ปรากฎว่าโอริ ฮิเมะเกิดหลงรักฮิโกโบชิ กระทั่งได้สมรสสมรัก เมื่อทั้งสองครองคู่กันแล้ว นาง
โอริ ฮิเมะ ก็ละทิ้งหน้าที่การงานของตัวเอง ออกท่องเที่ยวไปยังดินแดนต่างๆ กับชายคนรัก ทุกวันทุกคืน แรกๆ บิดาของนางก็ยังให้อภัยในความรักของลูกสาว แต่นานวันเข้า นางก็ยังไม่หวนกลับมาทำหน้าที่ ทีตัวเองมีความรับผิดชอบอยู่

บิดาของโอริฮิเมะกริ้ว จึงลงอาญาสาปให้คนทั้งคู่ แยกกันไปอยู่คนละฟากฟ้า คนละฝั่งของอามาโน่ คาวา หรือทางช้างเผือก ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่นางโอริฮิเมะ เป็นอย่างมาก

นางร่ำไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ความอาดรูที่นางมีต่อชายคนรักไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าความรู้สึกรักที่นางมี ให้ต่อ ฮิโกโบชิเลย… เมื่อบิดาของนางเห็นอาการของลูกสาวแล้วก็เกิดความเห็นใจ จึงเอ่ยปาก บอกกับนางว่า ในทุกๆ ปีของช่วงเวลาแห่งทางช้างเผือก นางสามารถจะเดินข้ามทางสายนั้นเพื่อไปหาชายคนรักได้ นางจึงมีหวังและกำลังใจ และหันกลับมาขยันขันแข็งในหน้าที่การงาน เพื่อรอวันได้พบกับชายคนรักของตัว…

นั่นจึงเป็นที่มาของ วันที่ 7 เดือน 7 ซึ่งในคืนนั้นนก kasasagi จะเรียงตัวกันสร้างเป็นสะพานสวรรค์ ให้คนทั้งคู่ได้มาพบกัน แต่ก็ใช่ว่า ทางแห่งรักของคนทั้งคู่จะสุขสมหวังง่ายๆ เพราะหากในคืนวันนั้นมีฝนตกหรือเฆมบดบังทางช้างเผือกแล้วละก็ ชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้ ก็ไม่มีโอกาสได้พบกันในปีนั้น คงต้องเฝ้ารอเพื่อให้ผ่านพ้นไปจนถึงปีหน้า เพื่อจะได้พบเจอกันสักครั้ง

การฉลองเทศกาลทานาบาตะ Tanabata เริ่มมีในช่วงประมาณศตวรรษที่ 9 แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยม กระทั่งมาถึงสมัยโตกูกาวะ Tokugawa ช่วงปี 1603 – 1837 ชาวโตเกียวเริ่มฉลองทานาบาตะ ด้วยการให้ดาวของฮิโกโบชิ ชายหนุ่มผู้เลี้ยงวัวนั้นเป็นตัวแทนของพรสวรรค์ด้านศิลปะ และดาวของโอริฮิเมะเจ้าหญิงทอผ้านั้น เป็นตัวแทนของความสูงศักดิ์

พวกเขาจะเขียนกลอนติดกระดาษไว้บนต้นไผ่ เพราะถือว่า ไผ่เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในยุคนั้น ของที่ใช้แขวนบนต้นไผ่คือกระดาษที่ใช้อธิษฐานเรียกว่า tanzaku ตัดเป็นรูปกิโมโนกับด้ายห้าสี เมื่อแขวนจนเป็นที่พอใจแล้ว พวกเขาก็จะนำต้นไผ่นั้นไปลอยในแม่น้ำ แต่บางพื้นที่ของญี่ปุ่น ชาวบ้านจะเผากระดาษและต้นไผ่นั้นให้ควันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

ว่ากันว่าเทศกาลญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนที่มีเทศกาลขอพรจากดวงดาว เช่นนี้เหมือนกัน และจะทำขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี เหมือนกับญี่ปุ่น จุดประสงค์ก็ละม้ายกัน มีแตกต่างกันบ้างก็คือในวันนี้ ผู้หญิงจีนจะอธิษฐานขอพรจากดวงดาวเพื่อให้ตัวเองมีฝีมือในการทอผ้าและเย็บ ผ้าให้เป็นเลิศ

เทศกาลทานาบาตะ นี้ถือเป็นการขับไล่สิ่งไม่ดีออกไปจากตัวด้วย ดังนั้นการประดับตกแต่งกระดาษเขียนสีสันต่างๆ เพื่อขอพรกับเทวดาที่มาติดบนกิ่งไผนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของความอยู่ดีมีสุข ปราศจากเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจกันทั้งสิ้น

บางจังหวัดของญี่ปุ่นก็มีการจัดเทศกาลนี้อย่างใหญ่โต บางจังหวัดก็เป็นเพียงประเพณีเล็กๆที่ ยังความสุขสนุกสนานมาสู่เด็กๆ ในถิ่นนั้น แต่สำหรับเมืองที่จัดให้ทานาบาตะเป็นเทศกาลที่ใหญ่โตแล้ว ก็จะมีการประดับตกแต่งด้วยโคมกระดาษหรือสิ่งของห้อยระย้า สีสันสะดุดตา มีการประกวดเจ้าหญิงโอริฮิเมะ มีการเล่นดอกไม้ไฟ เพื่อให้เมืองนั้นๆ มีความครึกครื้นและสดใส

แม้ตำนานความรักของเจ้าหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวจะเป็นเพียงเรื่องที่เล่า ขานกันมา ถึงความมั่นคงแห่งรักที่ ทั้งคู่มีให้กัน ทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นตำนานฝันหวานของใครอีกหลายคนที่ฝันอยากจะมีใครสักคน ที่มั่นคงในรักเช่นเจ้าหญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวค่ะ.

credit >>> http://aornopawan.multiply.com/reviews/item/8

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


*